Header Ads

ads header

ดูงานญี่ปุ่น 2-6 พย 60 คุมาโมโตเเละฟุกุโอกะ ตอนที่ 2 (ตอนจบ)


เพื่อการเเสดงผลที่ดีกว่า

noomsittipong.blogspot.com/
(สำหรับท่านที่ดูบนสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์)

อีกlinkของ nation http://oknation.nationtv.tv/blog/BAANbaandrawtobuild
(สำหรับท่านที่ดูในคอมพิวเตอร์)

              สวัสดีครับ  ผม  สิทธิพงษ์  วันนี้เราจะมาคุยกันต่ออีกนิดนึงในเรื่องของสถานดูเเลผู้สูงอายุที่เมืองคุมาโมโตเเละฟุกุโอกะครับ


เริ่มที่เราจะไปดูสถานที่ๆมีชื่อว่า Grand garden กันครับ



ภาพระหว่างทาง  ที่จอดจักรยานมีให้พบเห็นได้ทั่วไป




ที่กั้นเเนวเขตเเบบถอดออกได้  รูที่พื้นมีฝาปิดไว้พอเอาเสามาเสียบก็จะมีที่ล็อคเสากับพื้น




ภาพนี้เป็นถนนหน้าทางเข้าอาคาร  ซึ่งริมถนนเป็นตึกเเถว2-3ชั้นตัวตึกสามารถสามารถเชื่อมกับอาคารของ Grand garden ที่เป็นตึก 12ชั้นได้  เรียกว่าเดินทะลุหากันได้เลย




การออกแบบเป็นเหมือนโรงเเรมในสมัยก่อน ไม่ค่อยโมเดิร์น  พื้นเป็นพรม






โซนนั่งพักผ่อน  เเละการเปิดช่องกระจกรับเเสงธรรมชาติ  เเละวิวทิวทัศน์



ตู้จดหมาย




โถง lobby ด้านหน้าทางเข้า  คือเเบบว่าที่จริงเราไปเข้ามาจากทางด้านหลังนั้นเอง  มองที่ภาพ  ที่ผนังเห็นเป็นผ้าสีขาวปิดไว้คือ  ความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหว  ยังซ่อมไม่เสร็จ




โซนอื่นๆเช่น ห้องกิจกรรม  เกมส์  ฟิตเนส  คาราโอเกะ ฯลฯ  ก็มีลักษณะคล้ายๆกัน ( นั่นเเน่ ขี้เกียจถ่ายรูปหรือเปล่า ) งั้นไปดูส่วน residence กันเลย  



หน้าประตู  อย่าลืม ที่ตั้งเเจกันดอกไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านตัวเอง




เข้ามาก็ต้องมีที่นั่งใส่/ถอด รองเท้าพร้อมตู้เก็บ




ห้องอาบน้ำ

ห้องส้วม



ใต้ประตูเป็นเเบบนี้น่าจะใช้ระบายอากาศเเละเสียงให้ได้ยินออกไปด้านนอกได้บ้างเพืาอความปลอดภัย






ที่ประกอบอาหารเองในห้อง  มีช่องเปิดเเละ pantry ส่งอาหารติดกับส่วนทานข้าว



เตียงถ้าเป็นเเบบนอนคู่ก็ชิดกันคนละมุม




ภาพของห้อง จำไม่ได้ชัดเจนว่าชั้นไหน  ตึกนี้มี 12 ชั้นๆ 4-12 เป็นชั้น residence ที่ผู้อยู่อาศัยยัง active อยู่ช่วยเหลือตัวเองได้  ส่วนสำหรับที่เริ่มต้องการๆดูเเลเป็นพิเศษจะอยู่ที่ชั้น 3 ชั้นที่ 1 เป็น shopping center ชั้นที่ 2 เป็น office




เเละนี่คือจุดขายของที่นี่ครับ  มันติดกับปราสาทคุมาโมโต  โลเคชั่นประวัติศาสตร์  สะดวกในการเข้าไปเยี่ยมชม  เเละสัมผัสวิวทิวทัศน์  เขาจึงทำชั้นดาดฟ้าให้เป็นพื้นที่สีเขียว  สำหรับพักผ่อน  เเละมีพื้นที่ให้มาปลูกผักสวนครัวกัน (ถึงว่าตั้งชื่อว่า Grand garden)





ภาพจากในโบรชัวร์  ชูจุดขาย  ใกล้ปราสาท(เเหล่งวัฒนธรรม)





แปลงผักสวนครัว  (มีติดป้ายชื่อไว้ด้วย) เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้ได้ออกกำลังกาย  เเล้วเอาผักไปประกอบอาหารก็ได้  หนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดของการทำสถานดูเเลผู้สูงอายุ  ก็คือการ set กิจกรรมเเละ run มันให้ต่อเนื่องหมุนเวียน







โซนภัตตาคาร  ค่อนข้างใหญ่เเละเงียบเหงา  ในด้านการบริหารค่อนข้างใช้งบประมาณเยอะ  เพราะอาหารที่ลูกค้าสามารถเลือกได้มีเยอะเกิน  ต้องเตรียมวัตถุดิบไว้  เเต่ได้ใช้นิดเดียวที่เหลือก็ต้องทิ้ง
ส่วนนึงมาจากลูกค้าที่พักที่นี่บางกลุ่มมีบ้านอยู่เเล้ว  ซื้อที่นี่ไว้เป็นที่พักหลังที่สอง  หรืออาจซื้อเตรียมไว้ก่อน ตอนอายุมากจริงๆค่อยมาอยู่  เมื่อคนอยู่ไม่เยอะ  กิจกรรมก็ไม่เกิด







Kumamoto JR Station


ต่อมาเราก็มาที่สถานีรถไฟเพื่อจองตั๋วชินคันเซนไปฟุกุโอกะวันพรุ่งนี้
ตอนขามาเรานั่งรถบัสมาใช้เวลาสองชั่วโมง  ขากลับจะใช้เวลาเเค่ครึ่งชั่วโมง





สถานีรถรางหน้าสถานีรถไฟ




มื้อเย็นวันนี้กินของทอดเทมปุระกัน  อาจารย์สถาปัตย์ให้ดูเก้าอี้  มีพนักวางเเขนเเค่ข้างเดียว  เพื่อสะดวกในการลุกออก  เเละสบายในการมีที่พักเเขน  (พูดถึงเก้าอี้สำหรับผู้สูงอายุถ้านั่งเเล้วเบาะนิ่มมากยุบมาก  จะลุกขึ้นยากเช่นโซฟาใหญ่ๆเป็นต้น)



ต่อมาในยามเช้าก่อนถึงเวลานัดหมายออกเดินทาง  ผมก็ได้เวลามาเดินเล่นดูตึกรามบ้านช่องเอาบรรยากาศครับ

5 พ.ย. Sunday



เหมือนจะเป็นถังเเก๊สตั้งอยู่หน้าบ้าน  (บ้านเขาที่ดินนิดเดียว)เเต่ก็ไม่เเน่ใจว่าเป็นที่พักอาศัยหรือเปล่า




ลวดลายฝาท่อ ต่างกันไปในเเต่ละพื้นที่  บางเเห่งก็มีการ paint สีด้วย




ไม่ค่อยเห็นต้นไม้บ้านเขา  ที่รากโตดันถนนทางเท้าเเตก
เหมือนบ้านเรา




ที่จอดรถสำคัญมากจึงไม่สนเรื่องเข้าไปจอดข้างในเเล้วจะออกไม่สะดวกหรือเปล่า




อาคารลิฟต์จอดรถเห็นอยู่ทั่วไป  มีสัญลักษณ์ตัว P





บ้าน  ขนาดกะทัดรัดดี  บ้านส่วนใหญ่ที่อยู่ริมถนน(หลังอื่นๆด้วย)  ที่จอดรถจะไม่ทำรั้วประตูปิด จะเสียบเข้าไปเลย  ส่วนตัวคิดว่านอกจากสะดวกเเล้วคิดว่าเขาคงเกรงใจคนอื่นต้องจอดลงมาเปิดปิดประตู  รถคันหลังก็ต้องรอ  อย่างดูที่ภาพนี้ชายคาก็ต้องใส่รางน้ำรอบถ้าไม่ใส่เดี๋ยวอาจไหลไปโดนที่คนอื่น  เกรงใจเขา  รั้วหน้าบ้านยังออกแบบให้เว้าเข้าไปนิดนึงเพื่อจะได้มีช่องปลูกต้นไม้




ทางเท้าในถนนที่ไม่กว้างมักจะทำระดับให้เท่ากับถนน (เป็น UD)




หลังคาที่จอดรถเเบบมีเสาฝั่งเดียว  ในไทยก็มีคนนำเข้ามาขาย  เเต่บ้านเขาเเดดไม่เเรงเเละร้อนเท่าบ้านเรา  เเละเขานิยมใช้รถยนต์sizeเล็กด้วย  เอามาใช้บ้านเราต้องขยายขนาดให้กันเเดดได้




ภาพนี้ชอบต้นไม้ครับ  หน้าอาคารถึงมีพื้นที่ไม่มากเขาก็ยังใส่ต้นไม้เข้าไปเพื่อความร่มรื่น




อันนี้เเบ่งเขตคนเดินด้วยสีเเละเส้นขาวเเต่เป็นผิวถนนเดียวกัน




ตรงนี้ชอบรั้วสีขาวเล็กๆ  เเค่นี้ก็ยังทำ (ที่ชอบก็เพราะว่าใส่ใจกับสิ่งๆเล็กๆ)



เสากั้นเขต  การกั้นเเบบนี้ดู soft เบาๆ เเละเป็นมิตร





เเนวกำเเพงต้นไม้ริมทางเดินช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว





ก่อนออกเดินทางนี่คืออ่างล้างหน้าที่ห้องพักของโรงเเรม  น้ำดื่มสามารถดื่มจากก็อกได้เลย(ตู้เย็นไม่มีน้ำให้นะ)





มาที่สถานีรถไฟเเล้วครับ





จัดสวนด้วยลานหินที่มีน้ำไหลเบา  ง่ายๆเเต่สวยงาม






นายสถานีคุมะมง






ซุ้มขายขนม  เเต่เอ๊ะ  นั้นมัน...




ท่านเจ้าเมืองนี่หว่า  ท่านมาช่วยขายด้วย  ผมว่าด้วยวัฒนธรรมของเขานะครับ  ที่ไม่ถือว่าเป็นการไม่เคารพ ยิ่งมาทำเป็นการ์ตูนด้วย  การ์ตูนมีอยู่ทุกที่จริงๆ






สองภาพนี้ถ่ายในห้าง  ชอบที่เขาเอาเเสงลงมา  และเปิดเป็น courtyard สำหรับปลูกต้นไม้จริงๆ



ต่อมาเรามาที่  Fukuoka Sakura Juji Tenjin  ซึ่งเป็นที่สุดท้าย

sakurajuji medical square
ชั้น 1 เป็นร้านกาเเฟร้านอาหารเเละ ประชาสัมพันธ์
ชั้น 2-7 เป็นส่วนโรงพยาบาล
ชั้น 10 เป็น daycare ผู้สูงอายุเเละห้องฟื้นฟู
ชั้น 11-13 เป็น residence ผู้สูงอายุ






มาที่ชั้น 10 daycare กันครับ









มาที่ daycare ในส่วนทานอาหารมี fix รายชื่อกับโต๊ะอาหารด้วยเนื่องจากเขาจะมีการปรับความสูงโต๊ะให้เหมาะสมกับเเต่ละคนยิ่งอายุมากโต๊ะจะต้องเตี้ยลง




ห้องอาบน้ำ  กระจกมีทั้งติดเอียงสำหรับผู้ที่ต้องนั่ง wheelchair ด้วย





ชอบจริงๆครับสำหรับห้องนี้  ซึ่งไม่เห็นในที่อื่นเลย  คือห้องที่ให้ผู้ที่มาฟื้นฟูหรืออยู่ที่นี่ลองทดสอบดูว่า  ถ้าต้องกลับไปใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่บ้านจะเป็นอย่างไร จะสามารถทำได้อย่างสะดวกหรือไม่ ทั้งการเดินการก้าวขึ้นบ้าน  การนั่ง  การทำอาหาร ฯลฯ  เพราะบางคนก็ไม่ได้มาอยู่ที่นี่ตลอดอาจสลับไปอยู่ที่บ้านด้วย






ประตูส่วนใหญ่จะใช้เป็นบานเลื่อนเเละในบางห้องที่จะต้องถือของมือไม่ว่าง  เขาจะติดโช็คสปริงที่ประตูให้ปิดเอง  ถ้าอยากให้เปิดค้างไว้เลยต้องเอายางมาเบรคไว้อย่างนี้




โต๊ะรูปทรงนี้ออกแบบมาให้พอดีกับระยะที่ผู้นั่งทานเอื้อมมือถึงเฉพาะถ้วยจานด้านหน้า  ส่วนของตัวเองจะเอื้อมไปไม่ถึงของคนอื่น  หรือลดปัญหาการไปกินจานข้าวของคนอื่น(เขาว่ามาอย่างนี้)




แบบบี้เคยเห็นที่อื่นมาเเล้ว  เพื่อสะดวกให้ caregiver เข้าไปดูเเลตอนทานอาหารด้านในได้




เเน่นอนครับทางเดินต้องกว้าง  มีราวจับตลอด หน้าห้องมีชั้นวางของให้วางของตกเเต่งเล็กๆหรือเเจกันดอกไม้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน




เเต่ในแปลนมีการเจาะช่องเอาเเสงเข้าตรงการเป็นระยะด้วย  ให้ทางเดินภายในสว่างด้วยเเสงธรรมชาติ  ห้องมุมสองห้องบนเเละล่างจะใหญ่กว่าปกติเพราะสำหรับเป็นห้องคู่






ส่วนห้องพักก็เหมือนกันครับ  คือเเคบขนาดที่พอเหมาะคือ 18 ตรม.เตียงวางชิดด้านข้าง  ตรงหน้าต่างเขาพอกผนังให้หนาเพื่อให้หน้าต่างอยู่ไกลออกไป  ไม่ให้ผู้สูงอายุมองเห็นเเล้วรู้สึกกลัว



เเละเเล้วก็มาถึงวันสุดท้าย  เเน่นอนในยามเช้าก่อนเดินทางกลับก็ต้องไม่ลืมที่จะตื่นเช้าขึ้นอีกนิดไปเดินเล่นก่อนเวลนัดหมายทานข้าวเช้าที่โรงเเรม



ห้องน้ำที่โรงเเรมใกล้กับสถานีรถไฟ (ซึ่งวันนี้เราจะนั่งรถไฟฟ้าไปต่อ shuttle bus ไปที่สนามบินฟุกุโอกะ) เป็น minimal ที่ยืนสระผมกาง
เเขนข้อศอกก็ติดผนัง  ใช้ไม่สะดวกเลย  ห้องก็เล็กมากไม่มีที่กางกระเป๋าต้องกางบนเตียง  





น่าจะเป็นหัวท่อดับเพลิง



ที่จอดจักรยานที่สถานีรถไฟ hakata jr station




อย่างที่บอก  เรื่องทำไมรากต้นไม้ใหญ่จึงไม่ด้นถนนเหมือนบ้านเรา





ถนนที่ใหญ่ๆ ทางเท้าเขาให้กว้างมากๆ(เป็นเรื่องการการออกแบบของเทศบาลเขา)




การเเบ่งพื้นที่  ถนน  ต้นไม้  ทางเดินสาธารณะกับทางเดินริมอาคาร





ใช้เเนวต้นไม้  มันจะทำดูไม่เเข็งกระด้าง(เรียกเท่ๆว่า friendly)





ต้นแปะก๊วยตอนตัดเเต่ง (ที่เห็นทรงสวยๆในตอนที่เเล้ว)




สวนสาธารณะนี้ห้ามมอเตอร์ไซค์เข้านะ




รถยนต์เป็นคัน size เล็กประหยัดพื้นที่ (เขาชอบ small space)





ทางเท้ากับถนนที่ระดับเท่ากันจะง่ายสำหรับคนทุกวัยในการใช้และอีกเรื่องคือ  ช่องเล็กๆก็ปลูกต้นไม้ได้



ขอบคุณที่ติดตามรับชมครับ  แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า


ไม่มีความคิดเห็น