ดูงานญี่ปุ่น2-6พย60คุมาโมโตเเละฟุกุโอกะ ตอนที่1(2ตอนจบ)
เพื่อการเเสดงผลที่ดีกว่า
noomsittipong.blogspot.com/
(สำหรับท่านที่ดูบนสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์)
อีกlinkของ nation http://oknation.nationtv.tv/blog/BAANbaandrawtobuild
(สำหรับท่านที่ดูในคอมพิวเตอร์)
สวัสดีครับ ผมสิทธิพงษ์ บุญสิงห์ ห่างหายไปนานร่วมสามเดือน ที่ไม่ได้มาเขียนอะไร ข้ออ้างที่ผมใช้ก็คือ "ติดภาระกิจ"นั้นเอง ความเดิมตอนที่เเล้วที่คุยกันว่า บ้านที่มีเหลี่ยมมุมหรือซอกเยอะๆมันทำความสะอาดยากนะ เเล้วบ้านที่มันไม่ต้องมีเสากลางบ้านน่ะมันเป็นแบบไหน เลยคุยต่อว่าระบบโครงสร้างของบ้านเราใช้เป็นระบบเสาเเละคาน( post and lintel )ถ้าเสาห่างกันมากคานจะยิ่งลึก เเละมีช่วงหนึ่งที่บริษัทนำเข้าไม้สนจากสวีเดนมาจำหน่าย แม้งานที่สร้างบ้านเป็นหลังจะนับชิ้นได้ ( ส่วนใหญ่เป็นการนำไม้สนไปตกเเต่ง
มากกว่าเช่นพื้นระเบียง decking เป็นต้น ) เเต่ก็ทำให้เราได้รู้ว่า บ้านไม้สนสวีเดนนั้นโครงสร้างใช้เป็นระบบ "balloon frame" คือเป็นผนังโครงเคร่าไม้กรุด้วยวัสดุน้ำหนักเบา พื้นไม่ต้องตอกเสาเข็ม เทฐานราก เเต่เทคอนกรีตให้หนาสักหน่อย ทำให้อยากวางผนังตรงไหนก็ได้ เเละโครงหลังคาเเบบโครงถัก( truss )ด้วยไม้สนวางพาดที่ผนังริมทั้งสองด้าน ทำให้บริเวณพื้นที่กลางบ้านไม่จำเป็นต้องมีเสาเลย บ้านของญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน (ไปยืนอ่านที่ร้านหนังสือ) พอมีโอกาสไปญี่ปุ่นเลยไม่ลืมที่จะหาหนังสือการก่อสร้างบ้านญี่ปุ่นกลับไปด้วย จะนำมาศึกษาเเละมาคุยกันว่าต่างจากโครงสร้างเสาเเละคานของบ้านเราอย่างไร(ในครั้งต่อๆไป)
ในการเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งนี้ ได้ร่วมเดินทางไปกับผู้ทรงคุณวุฒิทั้งคณะรวม6คน(รวมจากทางญี่ปุ่นด้วย) จุดประสงค์คือมาดูงาน การดูเเลผู้สูงอายุที่เมืองคุมาโมโตเเละฟุกุโอกะ ที่ส่วนใหญ่จึงเป็นศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุจึงขอออกตัวไว้ก่อนว่าในด้านทางการเเพทย์อาจจะสามารถอธิบายได้ไม่ลึกซึ้ง เเต่จะขอพูดในด้านสถาปัตย์ และที่ผมมีโอกาสได้มาดูก็เพราะว่าที่บริษัทกำลังเริ่มทำในส่วนที่จะต้องรองรับ สังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้รวมไปถึงการออกแบบสำหรับคนทุกวัย ( universal design )ด้วย และได้รับการ"ต้อนรับขับสู้"อย่างอบอุ่น และขออนุญาตลงภาพถ่ายที่อาจติดภาพท่านต่างๆด้วย เพื่อการศึกษาเเลกเปลี่ยนความรู้ ขอขอบคุณทุกท่านมากๆครับ
ผลงานของบริษัทอีสานพิมานกรุ๊ปจำกัด
ติดตามข้อมูลของบริษัทได้ที่ http://www.pimangroup.com/
http://oknation.nationtv.tv/blog/BAANbaandrawtobuild
เเละ sittipongnoom.blogspot.com/ (draw to build จากภาพร่างสู่ภาพจริง)
และ pongnoomsitti.blogspot.com/ (model, gunpla,sketch)
หลังจากลงที่สนามบินฟุกุโอกะก็ต่อรถบัสไปที่เมืองคุมาโมโต การยืนรอคิวขึ้นรถบัสก็ต้องเข้าคิวให้ถูกช่องด้วยว่าจุดหมายปลายทางลงที่ไหน
มาถึงที่คุมาโมโต ห้องน้ำ universal designที่โรงเเรมที่พัก(ต่อไปจะขอเรียกย่อว่า UD)ด้านบนโถชักโครกเป็นที่ล้างมือเพื่อรีไซเคิลน้ำมาใช้ในชักโครกต่อไป ส่วนอ่างล้างมือมีอีกที่ด้านขวาที่ประตูบังอยู่
เดินออกมาจากโรงเเรมเป็นสวนสาธารณะซึ่งใต้สวนเป็นที่จอดรถประมาณ4ชั้นใต้ดิน
pavement ทางเดินถึงเเม้จะมีการปะซ่อมบ้างเเต่ก็ต้องถือว่าเรียบ สามารถเดินลากกระเป๋าเดินทางไปได้ทั่ว
ถนนบางสาย กลางถนนเป็นขนส่งมวลชนระบบรถราง(Tram)
เลนที่รถรางวิ่งบางจุดเป็นหญ้าสีเขียว
ที่จอดจักรยานและจอดรถมีเเทรกอยู่ทั่วไปในเมือง
ย่านdowntownของเมือง คนจะเริ่มเยอะในตอนเย็น เป็นศุนย์รวมร้านค้าต่างๆ มีหลายสาย มีหลังคาคลุมให้คนเดินสบาย สูงประมาณตึกสามชั้น เเละเป็นระเบียบไม่มีร้านไหนเอาของมาตั้งล้ำเข้ามาในเขตทางเดิน
เเต่ละร้านก็ออกแบบสวยงาม ดึงดูดผู้คนเเละดูเหมือนจะเเบ่ง zoning ร้านพวกเครื่องดื่มเเอลกอฮอลจะอยู่ถัดไปอีก เรียงบนถนนตลอดสาย ในเส้นหลักใต้หลังคาคลุมนี้ร้านที่พบมากเป็นร้านคาราโอเกะ
บางร้านก็เเบ่งเป็นทางเดินเเยกขึ้นไปชั้นบน บางร้านก็เป็นทางเดินลงชั้นใต้ดิน เเละนั้นไง พรีเซนเตอร์ของเมืองนี้ หมีเเก้มเเดงคุมะมง
ก็ต้องถ่ายคู่กันหน่อย คุมะมงเป็นมาสคอตของเมืองที่ชนะการประกวดมา เเละทุกคนในเมืองก็ช่วยกันโปรโมท โดยมีเกณฑ์การขอไปใช้กับผลิตภัณฑ์ของตน (เเม้เเต่นามบัตรพนักงานขับเเท็กซี่ก็มีคุมะมงไปปรากฎอยู่) ดังนั้นจะพบเห็นเขาได้ทั่วไป
หลังคาคลุม เเค่ก็นำเเสงธรรมชาติลงมาใช้
ทางเเยกบางเส้นรถยนต์สามารถตัดผ่านได้ เเต่รถยนต์จะรอจังหวะให้คนเดินผ่านไปหมดก่อนและขับช้าๆ เเต่ในรูปเส้นนี้ยานพาหนะห้ามผ่านนะครับ
ต้นไม้มีเเทรกอยู่ทั่วๆไปให้ความร่มรื่นน่าเดิน
2พ.ย.Thursdayประมาณ 16.00
เนื่องจากวันที่ไปถึงวันเเรกยังไม่ได้มีโปรเเกรมไปดูงาน ทางคณะจึงเดินสำรวจเมือง เเละสิ่งหนึ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวเมืองคุมาโมโตก็คือ ปราสาทคุมาโมโต จากภาพด้านบนให้ดูกันยาวๆกับพิพิธภัณฑ์ปราสาทคุมาโมโตซึ่งตั้งอยู่ข้างกับบริเวณปราสาทนั้นเอง
มุมนี้ เเสงเเละเงาสวยมาก
เเละต่อมาเกิดเเผ่นดินไหว(ผมก็ไม่ทราบว่าปีไหนน่าจะไม่นานมานี้)ที่ทำให้ตัวปราสาทเกิดความเสียหาย (จุดกากบาทสีเเดงใน map คือจุดที่มีการพัง) ทำให้ชาวเมืองเสียใจมากถึงกับตั้งโปรเจคบูรณะซ่อมแซมปราสาทเป็นระยะเวลา 20 ปี ใช่ครับ20ปีเขาวางโครงการระยะยาว โดยจะทำการศึกษาว่าหินเเต่ละก้อนที่ถล่มลงมามันเคยอยู่ในตำเเหน่งใด จะนำกลับไปไว้ในตำเเหน่งเดิม ทำให้ในตอนนี้ไม่สามารถเข้าชมภายในตัวปราสาทได้
ชิ้นส่วนที่บูรณะเเล้วบางส่วนก็มาจัดเเสดงในพิพิธภัณฑ์ เช่นชิ้นที่ดูเหมือนปลาสองชิ้นนี้(ทำมาจากดินเหนียว)จะไปติดที่ปลายยอดหลังคาปราสาท
เอาหินที่ถล่มออกมาวางเรียงกันเพื่อตรวจสอบรูปทรงเเต่ละก้อน
เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตุว่าระหว่างโปรเจคการบูรณะ 20 ปีดำเนินไปอยู่นั้น จะเกิดแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้กับสิ่งที่รักของชาวเมืองคุมาโมโตอีกหรือไม่
3พ.ย.Fridayประมาณ8.00
จะออกไปเดินชมเมืองก่อนกินข้าวเช้าที่โรงเเรมเลยถ่ายภาพห้องน้ำ ชอบที่วางของtopที่ใส่กระดาษชำระ วางเเขนก็ได้ โทรศัพท์ เเว่นตาฯลฯ ถังน้ำที่วางข้างๆไม่รู้ใช้ทำอะไรเดาว่าเป็นถังสำรอง
ตู้อาบน้ำที่ขนาดพอดีตัว( น่าจะเป็นไฟเบอร์กลาส)เเละตำเเหน่งการจัดวางอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน พื้นห้องน้ำยกสูง มีแผ่นปิดรูระบายน้ำที่พื้นอีกที
อาคารจอดรถของโรงเเรมเป็นเเบบลิฟต์จอดรถ กำหนดขนาดกว้างยาวของรถที่จะจอดเช่นสูงไม่เกิน2.00ม.
ตามเเยก ทางม้าลายที่มีสัญญาณไฟ จะมีเสียงเตือนด้วย(เสียงเหมือนนกกางเขน)เคยได้ยินเสียงเเบบอื่นด้วยเเต่จำไม่ได้ว่าคนละเขตหรือคนละเมือง เเต่ถ้าสัญญาณไฟคนข้ามเเดงเเล้วคนยังข้ามไม่หมดรถก็จะจอดรอให้คนไปก่อน
อาคารจอดรถจะพบเห็นได้ทั่วไป ทั้งขับขี่ขึ้นไปจอดหรือเป็นเเบบลิฟต์จอดรถ
ต้นเเปะก๊วยริมถนนรูปทรงสวยงามร่มรื่น เขามีการตัดเเต่งทุกปี และใบเปลี่ยนสีตามฤดูกาลด้วย(คุณหมอผู้ร่วมทริปท่านเคยมาศึกษาที่นี่ได้เล่าให้ฟัง)
ถนนเส้นใหญ่ที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ มีทางเท้ากว้างขวาง เเนวไม้พุ่มเเยกสัดส่วน รถกับคนเพื่อความปลอดภัย ทางเท้าเรียบเดินสบาย
เสากั้นเขตเเบบติดตาย หน้าอาคาร(สามารถ เอาโซ่มาคล้องได้ถ้าต้องการให้รู้ สึกว่า "ห้ามเข้า" มากขึ้น) ซึ่งเสาบางที่ก็เป็นเเบบถอดออกได้
ในถนนเส้นเล็กลงมา ใช้เเนวต้นไม้กับโคมไฟเตี้ยกันระหว่างรถกับคนเดิน
10.30 ออกเดินทางมาถึง Sakura Juji Hospitalment
ที่นี่มีสองอาคารตรงข้ามกัน(เป็นส่วน residence) อาคารเเรกมีสองชั้น มีผู้สูงอายุอยู่ประมาณ 90 คน อาคารที่สองมีสามชั้น
center อยู่ตรงกลางเเล้วเเยกปีกซ้ายขวา แปลนเหมือนกันทั้งสองชั้น สำหรับผู้สูงอายุที่มีอาการ dementia( สมองเริ่มมีสภาวะเสื่อม)จะอยู่อาคารนี้ ค่าใช้จ่ายในการพักพื้นฐานอยู่ที่ 100,700 เยน
ต่อเดือน(ประมาณสามหมื่นกว่าบาท) ค่อยบวกบริการเสริมอื่นๆ
ในญี่ปุ่นมีระบบ long term care insurance หรือระบบประกันการดูเเลระยะยาว โดยเริ่มจ่ายเงินให้รัฐเมื่ออายุ40ปีเเล้วรัฐบาลจะดูเเลตอนอายุ65ปีขึ้นไป ส่วนผู้สูงอายุที่ลูกหลานมีฐานะทางการเงินที่ดีก็อาจจะใช้บริการสถานดูเเลผู้สูงอายุของเอกชน ที่มีบริการเสริมที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีก โดยผู้สูงอายุจะมีระดับ( level )อยู่ 5 ระดับตั้งเเต่ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้( Independent living ) จนไปถึงที่ติดเตียงต้องดูเเลอย่างใกล้ชิด ( Assisted living ) ทางรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนด level ให้เเต่ละคน
พอเข้ามาก็จะเจอ nurse station ข้างประตูทางเข้าเเละเจอ zone นั่งเล่นพักผ่อนตรงข้ามกับทานอาหาร วัสดุที่ใช้ปูพื้นเป็นลามิเนตลงเเว็กซ์ ถ้าใส่เฉพาะถุงเท้าเดินจะลื่น เเต่ด้วยวัฒนธรรมของเขาที่ต้องใส่รองเท้าตลอด(ถอดเปลี่ยนเเละเก็บวางที่ชั้นวางที่หน้าประตูทางเข้า) มันจะเป็นรองเท้าช่วยกันลื่นไปในตัว
โต๊ะทานข้าวที่ออกแบบเป็นครึ่งวงกลมก็เพื่อให้ caregiver สามารถเข้าไปช่วยดูเเลด้านในได้สะดวก
ที่zoneทานข้าวต้องมีล้างมือเอาไว้ด้วย จริงๆต้องบอกว่าทุกๆ zone มากกว่า เพราะเห็นที่ บริเวณนั่งพักผ่อนด้วย
บริเวณทางเดินเข้าห้องพัก ต้องกว้างกว่า corridor condominium ปกติ เพราะทั้ง wheelchair ทั้งเตียงต้องเข้าได้สะดวก เเละให้เเสงธรรมชาติเข้าถึงด้วย เพราะนอกจากหัวท้ายที่เเสงจะเข้าได้เเล้วหลายๆเเห่งจะเปิดเอาเเสงเข้าตรงกลางด้วย ระหว่างทางเดินที่ผนังต้องมีราวจับตลอด
หน้าห้องพักเป็นตู้ใส่เสื้อผ้าที่ซักแล้วเเละที่จะให้ซัก เเละ(ุผู้อยู่อาศัยสามารถนำเเจกันดอกไม้หรือสิ่งของ มาวางตกเเต่งได้ ตรงนี้เห็น
เเบบนี้ทุกที่ๆไปดู เขาบอกว่าเพื่อให้มีความรู้สึกเหมือนบ้านตัวเอง เเต่ที่บ้านผู้สูงอายุ Mckean ที่เชียงใหม่ที่เคยไปดู ที่ประตูห้องจะมีการติดดอกไม้ หรือตุ๊กตาอื่นๆเขาให้เหตุผลว่า ผู้ที่มีอาการ dementia จะได้จำห้องของตัวเองได้
อ่างล้างหน้าสำหรับ wheelchair สอดขาเข้าใช้ได้สะดวก
ห้องน้ำมีเฉพาะชักโครก ส่วนห้องอาบน้ำเป็นแบบห้องอาบน้ำรวม ตามวัฒนธรรมของเขา ด้านหลังชักโครกมีการเพิ่มผนังออกมาเพื่อให้ได้ระยะในจับราวเเละเอี้ยวตัวเข้ามานั่งใช้งานได้สะดวก
ประตูกระจกล็อคไว้ ให้มองเห็นภายนอกรู้สึกปลอดโปร่ง ผ่อนคลายเเตไม่สามารถออกไปได้
สายปุ่มเรียกฉุกเฉิน กดเเล้วจะไปดังที่ nurse station ทุกที่ๆไปดูจะจัดวางเตียงชิดผนังด้านหนึ่ง (เตียงประมาณสามฟุตครึ่ง) ป้องกันการตกเตียง
แปลนห้องนี้เป็นเหมือนเเบบที่ 2 พื้นที่ 18 ตรม.
ประตูเข้าห้องพักเป็นบานเลื่อนฝังในผนัง(รางบน) ซึ่งเปิดได้ลื่นมากๆ ส่วนห้องน้ำเป็นบานเลื่อนสองราง(รางบน)ซ้อนกันเนื่องจากพื้นที่ไม่พอที่บานประตูจะเลื่อนไปเก็บ
บริเวณที่เจาะช่องเเสงตรงกลางระหว่างพื้นที่ห้องพัก จัดให้มี function เคาน์เตอร์อุ่นอาหาร
ส่วนของห้องอาบน้ำรวม ที่ตึกนี้มีห้องเดียว ใช้การแบ่งช่วงเวลาชายช่วงหนึ่งหญิงช่วงหญิง ซึ่งบางคนก็สองสามวันอาบที
ภาพนี้ผมไม่เเน่ใจว่าเครื่องนี้ช่วยให้ลงอาบทั้ง wheelchairหรือทั้งเตียง เลยหรือเปล่ารู้เเต่ว่ามันใช้ช่วยสำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก
ต่อมาก็ไปดูตึกฝั่งตรงข้าม มีสามชั้นเเละใหม่กว่า ซึ่งก็เป็นส่วนพักอาศัย ( residence )เช่นกัน ตึกนี้นอกจากจะมีห้องอาบน้ำรวม
เเล้วก็ยังมีเเบบ private ด้วยประมาณชั้นละห้อง
บริเวณหน้าห้องก็มีที่ไว้ตั้งเเจกันดอกไม้เช่นกัน
ช่องทางเดินเเละเเสงธรรมชาติที่เข้าถึง
ในภาพน่าจะเป็นห้องคู่ที่สามีภรรยาเเยกกันคนละเตียง
ต่อมาต้องนั่งรถไป ที่โรงพยาบาลของเขาเอง ที่นี่มี day care หรือที่ให้ผู้สูงอายุมาทำกิจกรรมเเบบเช้ามาเย็นกลับ ไม่ไกลจากส่วน residence นั่งรถไม่ถึงห้านาที
ห้องทำกายภาพ ( Physical therapist ) PT
wheelchair ช่วยให้ยืนสำหรับผู้ที่ยืนไม่ได้โดยเป็นกลไลระบบไฟฟ้าค่อยๆดันตัวขึ้นมา ให้กล้ามเนื้อได้ออกกำลังกาย
ห้องทำกิจกรรมต่างๆ เช่นเล่นไพ่ ร้องเพลงคาราโอเกะ
ตัวอย่างตารางกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่จัดทำไว้
ส่วนของโถงโรงพยาบาล เเต่วันที่ไปโรงพยาบาลเอกชนเเห่งนี้ปิดพอดี
ภาพการจัดสวนระหว่างอาคาร
ภาพด้านหน้าโรงพยาบาล มองออกมาพบว่า "มันอยู่นอกเมือง"
ต่อไปเราจะไปดูคอนโดมิเนียมหรูที่เจ้าของทำไว้สำหรับตัวเอง ในยามที่ต้องเป็นผู้สูงอายุในอนาคต ที่ คอนโด Juraku เเต่จะเเวะไปสถานดูเเลผู้สูงอายุของรัฐบาลที่อยู่ตึกติดๆกัน เรียกได้ว่ามาที่เดี่ยวเเต่ได้ดูสองที่เลย
ภาพทางเข้าสถานดูเเลผู้สูงอายุของรัฐบาล(ซึ่งผมไม่ได้จดชื่อเอาไว้)
รถรับส่ง แบบที่ wheel chair สามารถเข็นขึ้นได้อาจจะมีทั้งแบบ manual และ auto
ภาพแผนผังของตึก มี 4 ชั้นๆ 4 เป็นเหมือนดาดฟ้าที่สามารถเดินเล่นออกกำลังกายได้
เหมือนทุกๆที่ คือพื้นภายในมันต้องทำความสะอาดได้ง่าย มันเลยจะลื่นๆต้องใส่รองเท้ากันลื่น(ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของเขาอยู่เเล้ว) คือทางเข้าอาคารจะมีบริเวณถอดเเละเปลี่ยนรองเท้า ถ้าเป็นบ้านจะมีม้านั่ง ที่วางของ วางร่ม
ภาพนี้ ขึ้นมาชั้นดาดฟ้าเเล้ว จะออกไปเดินภายนอกก็ต้องเปลี่ยนรองเท้าอีกแบบ
ที่เดินเล่นออกกำลังกายชั้นดาดฟ้า มีทั้งพื้นไม้เทียมพื้นคอนกรีตผิวทรายล้าง
มุมมองจากดาดฟ้าชั้น 4 อาคารรอบๆยังเป็นอาคารเก่าชั้นเดียวเเละสองชั้นที่สร้างมานาน ซึ่งต่อไปก็อาจจะถูกทุบทำลายตามกาลเวลาเพื่อสร้างตึกหลายชั้นต่อไป
ห้องนอนผู้สูงอายุจะคล้ายๆกันคือวางเตียงชิดผนัง ห้องไม่กว้างมากป้องกันการล้มคือมือจะยันถึงผนังได้เร็วกว่า เเละใช้สำหรับนอนอย่างเดียว มีความต้องการให้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอกดีกว่า
บริเวณปุ่มกดลิฟต์มีการดัดแปลงทำฝาครอบเปิดปิด ป้องกันการกดปุ่มเล่น
ส่วนพักผ่อน
ห้องอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุติดเตียง
ส่วน day care ห้องกิจกรรม
มีพยาบาลเเละ care giver กำลังสรุปทำรายงานกิจกรรมอยู่ ตอนที่ไปเยี่ยมชมผู้มาใช้บริการน่าจะกลับบ้านเเล้ว day care ปิดประมาณสี่โมงเย็น ลืมบอกไปครับว่าเวลาที่เมืองนี้เร็วกว่าเมืองไทยประมาณสองชั่วโมง
ภาพนี้ให้ดูหน้าต่างบานกระทุ้งด้านบน เปิดระบายอากาศด้วยสวิทช์ เนื่องด้วยอากาศภายนอกเย็นจึงไม่เน้นการเปิดระบายอากาศมากนัก
(สำหรับผมเมื่ออยู่ในอาคารค่อนข้างรู้สึกอึดอัด เพราะเปิดฮีตเตอร์มันจะอุ่นๆพอได้ออกไปนอกตึกก็จะเย็นสบายทันที)
ต่อมาเราจะไปดูคอนโดมิเนียมหรูที่ชื่อว่า Juraku กันครับ
juraku มีอาคาร2 หลังเชื่อมต่อกันที่ชั้น 2 เป็น coffee shop restaurant
plan coffee shop restaurant ชั้น 2
ที่เห็นห้องกระจกหกเหลี่ยมคือจุดเชื่อมต่อกันของสองอาคาร
coffee shop restaurant นั้นเอง
ทางเข้าอาคาร
ชั้น 1 จะเป็นห้องทำกิจกรรมต่างๆ เช่น วาดรูป
ห้องน้ำ
ห้องสมุด
โซนห้องสมุดสามารถเลื่อนประตูปิดโซนได้
กิจกรรมงานปั้นเซรามิค มีเตาเผาไว้พร้อม
มาที่โซน residence
วิวนอกกระจก
หน้าห้องพักออกแบบให้เป็นรั้วไม้ เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนว่าเป็นบ้าน
มีตู้เก็บของ ที่เก็บร่ม ห้องเครื่องของอ่างอาบน้ำ ที่จอด wheel chair
มีเก้าอี้พับได้ไว้นั่งใส่รองเท้า
ภายในห้อง มีระเบียงนั่งเล่น ราวกันตกกระจกเป็นแบบฝ้า ป้องกันผู้สูงอายุรู้สึกกลัว
หน้าห้องน้ำจะมีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวว่าถ้าไม่มาเข้าห้องน้ำนานเกินไปอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยในห้องพักเเละในอาคารจะไม่มีกล้องวงจรปิด น่าจะมาจากการเคารพสิทธิ์ของผู้อยู่อาศัย
อ่างล้างมือสำหรับล้างมือจริงๆ
ห้องอาบน้ำรวม ออนเซน กระจกเป็นเเบบฝ้าเหมือนฝนตก
คาราโอเกะ
ห้องเกมส์ ฝึกสมองป้องกัน อัลไซเมอร์ มาจอง ไพ่นกกระจอก
ตีกอล์ฟเเบบ simulator
ฟิตเนส
สระว่ายน้ำในร่มเเบบน้ำอุ่น
4 พ.ย. Saturday
ไฟที่พื้นหน้าโรงเเรม ตอนกลางคืนจะได้มองเห็นทางเดิน
ที่จอดรถที่นี่มีเเทรกอยู่ทุกที่ตามที่ว่าง ทั้งจอดเเบบธรรมดา ทั้งยกจอด2ชั้น ทั้งอาคารจอดรถแบบขับขึ้นไปเอง ทั้งแบบลิฟต์ ทั้งเเบบใต้ดิน
เสากั้นเเนวเขตออกแบบเป็นลูกบาศก์ นั่งได้ด้วย ส่วนตัวอาคารเเยกให้เป็นสัดส่วนด้วยเเนวไม้พุ่ม
site งานก่อสร้างที่ขึ้นใหม่ ปิดอย่างมิดชิด (ดูโฆษณาเเล้วเป็นcomplex ใหญ่กลางเมืองเลยทีเดียว)
การตั้งนั่งร้าน งานบำรุงรักษาตึก
อาคารอะไรไม่รู้ มีรูปน้องหมาด้วย
ถนน ถ้ากว้างทางเท้าจะยก step ขึ้น(เเต่ก็ไม่สูงมาก)เเต่ถ้าไม่กว้างทางเท้าจะระดับเท่าถนนสะดวกในการเดินลากกระเป๋าเเละ
wheelchair
ผนังอาคารนี้เหมือน วีว่าบอร์ดบ้านเรา
ผนังชนิดนี้มองไกลๆเหมือนผนังเหล็ก เเต่พอลองเคาะดูเเล้วเหมือนไวนิล
ภาพทางเข้าไปลิฟต์จอดของโรงเเรมที่พัก
สวนสาธารณะขนาดย่อม เเทรกอยู่ตามที่ว่างทั่วไป
จอดรถเเบบสองชั้น
นี่ครับ จอดได้ 9 คันก็เอา เเล้ว 2 คันต้องไปเข้าถนนด้านบนด้วย
สุดยอดครับ (พอหยอดเหรียญที่กั้นใต้รถจะยกขึ้น)
จอดรถเเบบเเค่สองชั้น
ถนน-คนเดิน-จอดมอไซค์-เเนวไม้พุ่ม-อาคาร
เสากั้นเเนวเขตออกแบบเป็นก้อนกลมๆ
9.30 ออกเดินทางมาถึง Manoriaru honjo 10.00
สร้างเสร็จมาเเล้ว 5 ปี ประตูทางเข้าด้านหน้าที่ชอบคือมี security ด้วย เเนวลำเเสง laser (เเล้วส่งสัญญาณเตือน) ป้องกันผู้สูงอายุที่มีภาวะ dementia longterm care insurance ใน level 1ค่าที่พักอยู่ที่ 120,000เยนต่อเดือน
จากเแปลนมีทั้งหมด 4 ชั้น residence อยู่ที่ชั้น 2-3 ผู้พักอาศัยประมาณชั้นละ 30 คน ชั้น 4 เป็นดาดฟ้าที่มีถังเก็บน้ำบาดาลสูบขึ้นมาไว้สำรองยามแผ่นดินไหว ถูกตัดน้ำ เเละ solar cell ด้วย
ส่วน corridor residence
เหมือนทุกที่ พื้นลื่นจนเงา เราต้องใส่รองเท้าด้วยตลอด ชอบที่นี่ตรงที่มักจะมี marker ในการออกแบบ เช่นที่หน้าประตู ที่เป็นสี่เหลี่ยมช่วยในการเข็น wheelchair ให้ตรง เข้าง่าย
ประตูหน้า( บานเลื่อน) มีกระจกเล็กๆเผื่อฉุกเฉินสามารถส่องมองข้างในได้
ห้องไม่กว้างป้องกันการล้ม มือถึงผนังได้เร็วกว่า พื้นที่ห้อง 18 ตรม.
หน้าต่างล็อคไว้ไม่ให้เปิด
ประตูแบบพิเศษเปิดไปเเล้วจุดหมุนอยูกลางประตูทำให้ส่วนที่ยื่น
ออกมาเเค่ครึ่งเดียว ไม่เกะกะ
จากรูปจะเห็นmarker สก็อตเทปสีขาว เป็นจุดให้จอดรถ wheelchair ที่เหมาะสมของเเต่ละคน ที่จอดเเล้วจะสะดวกในการเข้าห้องน้ำ ขึ้นเตียง(เตียงวางชิดผนัง)
ราวจับ พยุงเเบบเเนวตั้ง เเละสามารถปรับตำเเหน่งได้ ตามความถนัดในการใช้งานของผู้อยู่อาศัยเเต่ละคน
ส่วน day care ห้องกิจกรรม
เตียงน้ำใช้สำหรับนวดตัว
ส่วนของ day care ที่ชั้นหนึ่งสามารถเข้าจากภายนอกได้ ไม่ต้องมาผ่านด้านทางเข้าหลัก
ผู้อยู่อาศัยที่ต้องการเสียชีวิตที่นี่ ไม่ต้องการที่จะไปที่โรงพยาบาลเพราะที่นี่เหมือนบ้านของเขา ลูกหลานสามารถมานอนอยู่ด้วยก่อนเสียชีวิตได้ บางคนไม่มีลูกหลาน มีความผูกพันธ์กับที่นี่ ก็ไม่อยากไปโรงพยาบาลเช่นกัน ทาง honjo จะเเจ้งทางตำรวจเเละตำรวจจะเข้าใจ
ตอนนี้ผมขอจบเพียงเท่านี้ก่อน ในตอนหน้าจะเป็นตอนจบ ยังเหลืออีก 2 แห่งที่ได้ไปเยี่ยมชมครับ
สุดท้ายเป็นข้อคิดด้านการออกแบบที่ได้จากการไปดูงานครั้งนี้ ลงไว้เตือนตัวเอง นานๆไปเมื่อเริ่มลืมจะได้มาอ่านใหม่ได้





































































































































































Post a Comment